the Anonymous

posted on 07 Aug 2016 22:12 by to3ykungz

อีกแล้ว อีกครั้ง ที่หายไปเฉย ๆ เบื่อนิดหน่อย ว่าแต่เบื่อบ่อยเนาะ 5555 ไม่ใช่เบื่ออะไรหรอก แค่ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องมาบ่นอะไร ในเมื่อมันไม่มีสาระอะไร ก็เลยช่างแม่ง ไม่มีความจำเป็นต้องเข้ามาอัพอะไรบ่อย ๆ พักหลังนี่ เรื่องที่อยากบ่น ก็น้อยลงไปละ แปลกตรงที่รู้สึกร้อนใจนะ แต่กลับไม่รู้จะบ่นอะไร เหมือนกับว่าเราเองยอมรับสภาพของมันไปแล้ว ทั้ง ๆที่ถ้าเป็นแต่ก่อน กุคงจะบ่นเหี้ยห่าอะไรเต็มเฟส แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่ นอกจากงานอดิเรกที่ทำ ก็ดึงความสนใจหน้าฟี้ดเฟสบุ้คไปแล้วส่วนนึง เรื่องบ่นก็น้อยลง น้อยลงมาก วันนึงมีซักสองโพสก็นับว่ามากละ ถ้าเป็นแต่ก่อนเหรอมึง สิบโพสได้ตั้งแต่ลืมตายันหลับตา เออ นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไปนะ คำถามคือทำไมถึงรู้สึกว่าเปลี่ยนไป? ตัวบ่งชี้ง่ายมาก ฟังก์ชั่น On this day ของเฟสบุ้ค ทำให้เรารู้ว่าวันนี้ เมื่อหลายปีก่อน เราบ่นเหี้ยอะไร เช็คอินอะไร ทำอะไรมั่ง เราแทบจะรายงานตัวเองขึ้นหน้าฟี้ดเพื่อให้คนอื่นรู้ คนอื่นเห็น ทั้ง ๆที่ไม่ต้องทำก็ได้ ใช่แล้ว ตอนนั้นเราแค่อยากทำ แต่เราไม่ได้คิดถึงอะไร กดโพสไป ไม่มีอะไรหรอก ที่ของกรู ใครชอบก็ชอบ ใครอ่านก็อ่าน ไม่สนไม่แคร์ แต่มันเปลี่ยนไปแล้วเพื่อนรัก ทุก ๆวันตอนเช้าถ้าว่างมากพอก็จะนั่งจิ้มเข้าฟังก์ชั่น On this day เพื่อดูว่าวันนี้ในอดีต กุบ่นเหี้ยอะไรบ้าง ไม่เข้าท่าซักนิดใช่มั้ยล่ะ ถ้าใช่ล่ะก็ บรรจงจิ้มปุ่ม delete post ด้วยความง่ายดาย ไม่สนใจว่ามันจะมี มันจะเป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของใคร ทำไมกุต้องแคร์ มันรกหูรกตา ต้องถูกกำจัดออกไปนั่นแหละถูกแล้ว เรากลายเป็นคนหวงเนื้อหวงตัวมากขึ้น ไม่ชอบให้ใครรู้และเห็นสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราทำ ทั้ง ๆที่แต่ก่อน แหม้ะ มึงเต็มใจนำเสนอซะขนาดนั้น แม้แต่ Location service กุปิด ไม่ต้องรู้ไอ้สัสว่ากุอยู่ไหน กุอยากเป็นแค่ใครซักคน ที่ไม่ต้องมีใครจำหน้า หรือสนใจอะไร ไม่สนใจซักนิด ทุกวันนี้มีเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ และมันจะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะเพื่อนที่ไทยนี่ก็ น่าเศร้านะ ตอนเด็ก ก็โตมาแถวนี้ วิ่งไล่กัน เล่นด้วยกัน ปัจจุบัน ติดยาบ้าง บิดมอไซค์บ้าง แน่นอนมันจำกุไม่ได้หรอก ดีแล้วที่จำกุไม่ได้ ส่วนเพื่อนสมัยเรียน เออไม่รู้ว่ามันคือความโชคดี หรือโชคร้าย ต้องย้ายบ้านตามแม่อยู่เรื่อย ย้ายโรงเรียนตลอด 3-4ปี ไม่เคยมีเพื่อนที่สนิทอะไรขนาดนั้น ตั้งแต่จำความได้เป็นเด็กขี้อาย สนุกที่สุดเวลาอยู่กับเพื่อน แต่มันก็เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ กุย้ายโรงเรียนอีกแล้ว จบป.4 ก็ย้าย จบ ป.6 ก็ย้าย จบ ม.3 ก็ย้ายอีก ไปเรียนปวช ก็จบช้าเพื่อนมันไปหมดแล้ว ส่วนมาก ติดดอย ควาย เล่นเกมจนเสียเรื่องเรียนไปปีนึง ซ้ำก็ไปเป็นทหาร เพื่อนตอนเป็นทหาร พอปลดก็สะบัดตูดไปหมด ชีวิตมีการพบเจอ และมีการลาจาก เป็นเรื่องปกติมาก ซึ่งมันก็คงดีแล้วล่ะ กลับมาที่ปัจจุบัน เพื่อนในไทยแทบเหลือแต่พวกที่รู้จักในเฟสบุ้ค บอกตรง ๆกุไม่ต้องการลงลึกกับคนพวกนี้ แม้แต่เพื่อนที่เรียน ป.ตรี หรือ ปวส มาด้วยกัน ก็แทบจะเลิกยุ่งหลังจากเรียนจบ เพราะทุกคนมีเป้าหมายต่างกัน บางคนก็มีแฟน บางคนก็ความเห็นต่าง บางคนก็บ้าบอ แล้วทำไมกุจะต้องสนใจใยดีพวกนี้วะ ในเมื่อกุก็มีแนวทางของกุเหมือนกัน กุอยากเป็นใครก็ได้ ไปไหนก็ได้ ไม่ต้องมีใครรู้จักก็ได้ กุชอบการเป็นผู้ไม่ประสงค์ออกนาม สบายดีนะบางที ไม่ต้องมีคนมายืมตัง ไม่ต้องมีคนมาถามปัญหาปรึกษาอะไรควาย ๆพอให้คำปรึกษา แล้วมึงก็ไปทำอีกอย่าง เพราะเรื่องพวกนี้กุก็เจอมามาก เดี๋ยวนี้ก็เลยเหลือเพื่อนต่างชาติ ย้ำว่าต่างชาติจิง ๆ ไอ้สัสแม่งพอมาเข้ากลุ่มทำของงานอดิเรกพวกนี้ มันมาหมดเลยครับไอ้สัส ทั้งทางยุโรป อเมริกา เอเชียด้วยกัน ยอมรับว่า สบาย ภาษาไม่ใช่กำแพงใหญ่สำหรับเรื่องนี้ ทุกคนพบกันคุยกันด้วยตัวยตัวเชื่อมที่เรียกว่า งานอดิเรก ซึ่งหลัง ๆนี้กุว่ามันไม่ใช่และไอ้สัสกุจ่ายไปหลายตังเหลือเกิน 55555555 ไม่เป็นไร กุพอใจและเต็มใจ อย่างน้อยเป็นสิ่งที่สร้างความสุข ดีกว่าไปนั่งโง่ ๆถ่ายรูปในร้านอาหาร หรือเช็คอินห่าอะไร มึงต้องการให้ใครรู้ ถ้าคนประสงค์ร้ายมันเห็น มันก็จะเป็นเรื่องอีกเรื่องนึงไป ดังนั้น มันก็สมควรที่จะโดน กลับกัน กุเป็นก็จะซ่อนแม่งให้หมด ไม่โชว์ไม่อวดอะไรทั้งนั้น และหลังจากนี้ก็จะเป็นแบบนี้แหละ ไม่น่าจะมีอะไรแปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้อีกแล้วมั้ง

กลับไปที่เรื่องงาน ตอนนี้ก็ยังไม่ได้งานใหม่หรอกนะ แต่ก็ได้ทำงานนึง เป็นงานที่ช่วยผู้ใหญ่ที่รู้จัก โอ้ยกุงง งานธุรการไม่ใช่เรื่องง่าย คิดเงินเดือน ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับสมัครคนงาน ตามบิล เก็บเอกสาร ติดงานบริษัท เห้ยนี่มันไม่เหมือนกับงานธุรการในความคิดเท่าไหร่นะ แต่มึงก็ได้ค่าจ้างวันละ 400ล่ะนะ ซึ่งก็ไกลบ้าน - -* ค่ารถรวมค่าข้าวด้วย 150ก็บาทก็พอได้ ส่วนที่เหลืออ่ะเหรอ เก็บสิครัฟฟฟฟฟฟฟ วันศุกร์ 26สิงหาคมนี้ จะเป็นความทรงจำที่น่าสนุกอีกครั้ง เพราะจะได้ขึ้นเครื่อง ไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียว เออ มันคงจะสนุกพิลึก แล้วก็จะหลงมั้ยวะ ไปแค่โอไดบะกับอะกิบะ แล้วก็เดินโง่ ๆแถวนาริตะแค่นั้น ทุกอย่างเตรียมไว้หมดละ เหลือจัดกระเป๋าก็พร้อมลุย น่าเสียดายเพื่อนที่รู้จักที่ญี่ปุ่นก็ดันไม่ว่างมาเจอ กลายเป็นว่ากุต้องไปคนเดียว หากระดาษที่ใช้ทำโมเดล หาของเล่นบางชิ้นที่อยากได้ แล้วก็เดินเตร่ ๆแถวนั้น ตอนนี้ญี่ปุ่นเข้าหน้าร้อนแล้ว ดีมากกุคงไม่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไป ไปเดินเที่ยวได้เหมือนกรุงเทพนี่แหละมั้ง หวังว่ามันจะเป็นความทรงจำที่วิเศษอีกครั้งนึงนะ ส่วนตอนนี้เหรอ นิ่งไว้ สบาย ๆ กุไม่แคร์กุไม่ต้องการให้ใครรู้อะไรมากไปกว่านี้ การเป็นที่รู้จัก การเป็นไม่เป็นที่รู้จัก ผลลัพธ์ที่ได้ แตกต่างมาก และการเไม่เป็นที่น่ารู้จัก ก็คงจะเหมาะกับเราที่สุดแล้ว

แล้วพบกันใหม่ สองสามเดือนอัพทีนึงก็พอแล้วล่ะนะ ไม่มีอะไรต้องพูดมากอีกต่อไป

 

edit @ 7 Aug 2016 22:13:05 by tO3y

edit @ 7 Aug 2016 22:16:38 by tO3y

Comment

Comment:

Tweet